หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Reddin’s 3-D Model (ทฤษฎี 3 มิติของเรดดิน)

Reddin’s  3-D Model (ทฤษฎี  3 มิติของเรดดิน)
ทฤษฎี  3 มิติของเรดดิน  William J. Reddin   เป็นทฤษฎีที่ศึกษาเกี่ยวกับภาวะผู้นำและแบบของผู้นำทางการบริหาร  ทฤษฎีนี้เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีลักษณะความเป็นผู้นำและแบบของผู้นำอยู่ด้วยกันทั้งนั้น จะต่างกันก็เพียงแต่ว่าแบบของผู้นำแต่ละคนไม่เหมือนกันและลักษณะความเป็นผู้นำมากน้อยต่างกัน  บางคนอาจยึดมั่นแบบผู้นำแบบใดแบบหนึ่งตลอดไป  แต่บางคนอาจจะเปลี่ยนแบบผู้นำไปตามเวลา  สถานการณ์  สิ่งแวดล้อมและตำแหน่งหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ 
                วิลเลี่ยม เจ. เรดดิน  (William J. Reddin)   พัฒนารูปแบบตามทฤษฎีสามมิติ   จากการวิจัยที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอ    ( Ohio University) โดยมีสมมติฐานคล้ายกับแบบพฤติกรรมผู้นำสถาณการณ์ของ  Fiedier  บนพื้นฐานแนวคิดการศึกษาภาวะผู้นำของเรดดิน  แบ่งออกเป็น  3  มิติ  คือ
1.  มิติมุ่งงานหรือกิจสัมพันธ์  (task Orientation)  เป็นพฤติกรรมที่ผู้ร่วมงานหรือผู้ตามปฏิบัติอย่างได้ผล โดยผู้นำเริ่มจัดการหรืออำนวยการ
2.  มิติมุ่งสัมพันธภาพหรือมิตรสัมพันธ์ (Relation Orientation)  เป็นพฤติกรรมของผู้นำที่แสดงให้เห็นความเห็นอกเห็นใจ  ไว้วางใจ  และให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน
3.  มิติมุ่งประสิทธิผล (Effectivemess Orientation)
                ทฤษฎีของเรดดินได้แบ่งภาวะผู้นำทางการบริหารออกเป็น  ลักษณะ พื้นฐาน คือ
1.  แบบผู้ผสมผสานหรือผู้นำแบบประสาน (Intergrated)  ผู้นำประเภทนี้จะให้ความสำคัญทั้งงานและคนมากเป็นพฤติกรรมที่มุ่งอยู่ที่คนและงานมาก
2.  แบบมิตรสัมพันธ์หรือผู้นำแบบสัมพันธ์  (Related)  ผู้นำประเภทนี้จะมีพฤติกรรมทางด้านการบริหารที่ให้ความสำคัญกับคนมากแต่ให้ความสำคัญกับงานน้อย  พฤติกรรมของเขาจะมุ่งอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
3.  แบบผู้แยกตัวหรือผู้นำแบบปลีกตัว (Separated)  ผู้นำประเภทนี้ไม่เอาทั้งคนและงาน  เขาจะปลีกตัวไปจากทั้งคนและงาน
4.  แบบผู้เสียสละหรือผู้นำแบบอุทิศตน  (Dedicated)  ผู้นำแบบนี้จะมีพฤติกรรมทางด้านการบริหารที่ให้ความสำคัญกับงานมากแต่ให้ความสำคัญกับคนน้อย  
3 - D  Model  ของเรดดิน (Reddin)  นี้ถือว่าผู้นำนั้นจะมีรูปแบบพื้นฐาน  4  แบบ   และมีรูปแบบความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูง  แบบ  กับรูปแบบความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพต่ำ  4 แบบ  แต่บางคนอาจจะเปลี่ยนแบบผู้นำไปตามเวลา  สถานการณ์  สิ่งแวดล้อมและตำแหน่งหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ 
แบบผู้นำที่มีประสิทธิภาพต่ำ
1.  แบบผู้หนีงาน (Deserter)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับงานและคนน้อย  จะไม่มีความสนใจในงาน ไม่มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน  ขัดขวางผู้อื่น ไม่ยอมรับความผิดพลาด ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานและบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก
2.  แบบนักบุญ (Missionary)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับคนมาก  แต่ให้ความสำคัญกับงานน้อย มุ่งแต่เพียงสัมพันธภาพอันดี มีความเกรงใจต่อทุกคน  ไม่กล้าว่ากล่าวตักเตือนผู้ใด ไม่โต้แย้งหรือคัดค้าน พร้อมที่จะเปลี่ยนใจได้เสมอ
3.  แบบผู้เผด็จการ  (Autocrat)  เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับงานมากแต่ให้ความสำคัญกับคนน้อย  ใช้อำนาจในการบริหาร มุ่งงานอย่างเดี่ยวไม่คำนึงถึงอย่างอื่นไม่วางใจผู้อื่น  ขาดสัมพันธภาพกับผู้ร่วมงานชอบใช้วิธีการสั่งสอนให้ผู้อื่นทำงาน
4.  แบบผู้ประนีประนอม  (Compromiser)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับงานและคนมาก  โดยมีลักษณะของผู้นำที่ยอมรับว่าความสำเร็จของงานและสัมพันธภาพกับผู้ร่วมงานเป็นสิ่งสำคัญ  พยายามที่จะให้ได้ทั้งสองอย่าง แต่เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นนักตัดสินใจไม่ดี  ไม่กล้าตัดสินใจ  ไม่มีความเชื่อถือในตนเอง  และใช้วิธีประนีประนอมอยู่ตลอดเวลา
แบบของผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูง
1.  ผู้คุมกฎเกณฑ์หรือผู้ยึดระเบียบ (Bureaucrat) เป็นผู้นำที่สนใจทั้งงานและคนน้อย ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบวิธีปฏิบัติที่วางไว้อย่างเคร่งครัดและเข้มงวด  มักไม่มีความริเริ่มไม่สนใจพัฒนาผู้ร่วมงาน  ผู้นำแบบนี้พบได้ในระบบราชการทั่วไป
2.  ผู้สอนแนะหรือผู้นำแบบนักพัฒนา (Developer)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับงานน้อย  มีลักษณะพฤตกรรมที่เหมาะสมทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี  มีความสามารถในการจูงใจผู้อื่นได้ดี  สนใจพัฒนาตัวบุคคล รู้จักมอบหมายหน้าที่การงานให้ผู้ร่วมงานอย่างเหมาะสม ไม่ใช้วิธีรุนแรง  มีความสุภาพ นิ่มนวล  ผู้ร่วมงานมักเลื่อมใสและไว้วางใจ
3.  ผู้บุกงานหรือผู้นำแบบเผด็จการอย่างมีศิลปะ (Benevolent  Autocrat)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับงานมากกับคนน้อย มีลักษณะของผู้นำที่มรความเชื่อมั่นในตนเอง  จิตใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงมุ่งผลงานเป็นหลัก  มีศิลปะในการปฏิบัติงาน มีทักษะและประสบการณ์ดี สามารถสั่งการโดยผู้ร่วมงานพอใจที่จะทำงานให้  เป็นแบบที่เหมาะสมสำหรับวงการอุตสาหกรรม
4.  ผู้นำทีมหรือแบบนักบริหาร (Executive)  เป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับงานและคนมาก  มีลักษณะของผู้นำที่มีความกระตือรือร้น  รู้จักใช้ความสามารถของผู้ร่วมงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการทำงานเป็นทีม  มีการวางมาตรฐานในการทำงาน  งานมีประสิทธิผลเอาใจใส่  รับผิดชอบ  มีความคิดริเริ่ม  เปิดเผย  ยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานด้วยใจที่เป็นธรรม  ให้กำลังใจแก่ผู้ร่วมงาน  สนใจในวิชาความรู้ใหม่ๆ พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา  มีผลงานดีและก้าวหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น